ทั้งหมด : 70 ข่าว
 
การออกกำลังกายในคนที่มีลิ้นหัวใจรั่ว - 09 ตุลาคม 2552 จำนวนผู้อ่าน 6650 คน

 

การออกกำลังกายในคนที่มีลิ้นหัวใจรั่ว
สมพัฒน์ จำรัสโรมรัน ที่ปรึกษาด้านการออกกำลังกาย


    
 เคยมีคำถามเกี่ยวกับคนที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่วว่าสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ ลักษณะของลิ้นหัวใจรั่วที่เกิดขึ้นในแต่ละคนนั้นอาจมาจากหลายสาเหตุและแต่ละคนมีอาการหรือความรุนแรงที่แตกต่างกัน จะออกกำลังกายได้หรือไม่ควรต้องมีการตรวจร่างกายและได้ปรึกษากับแพทย์ก่อนเป็นสำคัญ ดังนั้นการรักษาและการออกกำลังกายอาจจะต้องมีความแตกต่างกันออกไป
     การมีภาวะลิ้นหัวใจรั่วสามารถเกิดขึ้นได้ที่ลิ้นหัวใจที่บริเวณเส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจห้องล่างซ้าย และจะถูกสูบฉีดไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ปริมาณเลือดและความดันในช่วงหัวใจคลายตัวมีปริมาณที่สูงขึ้น และส่งผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดที่หัวใจ ลักษณะอาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ อาการหายใจขัด หายใจลำบาก ของเหลวในปอดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากมีอาการรุนแรงต้องรีบรักษา แต่ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อยถึงปานกลางสามารถทำกิจกรรมหรือมีการออกกำลังกายเบาๆ ทั่วไปได้ เช่น การเดิน หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยมาก แต่ไม่สามารถออกกำลังกายหนักๆ ได้ และความรุนแรงของโรคจะค่อยๆ มากขึ้นทีละน้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น คนที่ไม่มีอาการแสดงอาจใช้วิธีการรักษาด้วยยา แต่ถ้ามีอาการมากขึ้นควรได้รับการผ่าตัดลิ้นหัวใจ
     อย่างไรก็ตามคนที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วหากต้องการออกกำลังกายควรตรวจเช็คดูอาการอย่างละเอียดก่อน เพราะอาจเกิดภาวะความดันลดลงหรือเกิดภาวะการเต้นของหัวใจที่ไม่ปกติได้ การที่คนกลุ่มนี้จะออกกำลังกายได้ควรปรึกษาและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด หรือขอคำแนะนำจากแพทย์ดังต่อไปนี้

o ความหนักของการออกกำลังกายที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับเท่าไร ซึ่งอาจใช้วัดจากระดับความหนักเป็นกี่เปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นของหัวใจ หรือใช้ความรู้สึกเหนื่อยมากหรือน้อยในขณะออกกำลังกายที่เหมาะสม
o การออกกำลังกายใดที่เป็นข้อห้ามหรือควรหลีกเลี่ยง และควรจะต้องมีการระมัดระวังดูแลตัวเองอย่างไร
o อาการผิดปกติในลักษณะใดที่เกิดขึ้นระหว่างการออกกำลังกายที่ควรทราบ จะมีวิธีการป้องกันและแก้ไขอย่างไร
o ยาที่ใช้รักษามีผลข้างเคียงหรือผลโดยตรงต่อการออกกำลังกายหรือไม่ อย่างไร
o เป้าหมายหลักที่สำคัญของการออกกำลังกายคืออะไร เพื่อการรักษา การฟื้นฟูให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วผ่าตัด หรือการทำให้อาการของภาวะลิ้นหัวใจรั่วทรงตัวไม่หนักขึ้นไปกว่าเดิม
o การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ที่สามารถเกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย


     จากการศึกษาส่วนใหญ่พบว่าในคนที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่ว แต่ไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัดนั้น การออกกำลังกายมีส่วนช่วยในการเพิ่มการทำงานของลิ้นหัวใจไม่ได้มาก ดังนั้นเป้าหมายหลักของการออกกำลังกายในคนกลุ่มนี้อาจไม่ใช่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลิ้นหัวใจ และโดยเฉพาะในคนที่มีอาการค่อนข้างรุนแรงจนถึงรุนแรง แพทย์จะไม่แนะนำให้มีการออกกำลังกาย เพียงแต่อาจมีการออกกำลังกายเบาๆ เพื่อรักษาระดับความแข็งแรงของร่างกายทั่วไป และเพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรงเตรียมพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด การออกกำลังกายจะมุ่งเน้นไปทางบริหารหัวใจและปอดแบบแอโรบิค ในขณะที่ออกกำลังกายควรมีการระวังดูแลอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตดูอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น อาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวียนศรีษะ ความดันไม่ปกติ เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แพทย์จะมีการเปรียบเทียบระหว่างความเสี่ยงของภาวะลิ้นหัวใจรั่วกับการออกกำลังกาย
     สำหรับคนที่ได้รับการผ่าตัดรักษาลิ้นหัวใจ ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะลิ้นหัวใจรั่ว อาการแทรกซ้อนต่างๆ และสภาพความแข็งแรงของร่างกายก่อนได้รับการผ่าตัด แต่โดยส่วนใหญ่คนที่ได้รับการผ่าตัดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และสามารถกลับไปทำงานได้ การออกกำลังกายในช่วงแรกควรใช้วิธีการเดิน ด้วยช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อน ช่วงละประมาณ 5 – 10 นาที 2 – 3 ครั้งต่อวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในแต่ละช่วงให้นานขึ้นจนสามารถเดินออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องได้นานประมาณ 20 – 30 นาที แล้วลดจำนวนครั้งลงเหลือวันละรอบ ควรมีการเดินออกกำลังกายประมาณ 4 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนมากความหนักของการออกกำลังกายจะควบคุมอยู่ที่ระดับปานกลาง เน้นในเรื่องของความสม่ำเสมอมากกว่าเรื่องของความหนัก โดยใช้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 60 – 75% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด หรือใช้ความรู้สึกอยู่ที่ระดับ 3 - 5 จากสเกล 0 (เบาที่สุด) – 10 (หนักที่สุด) ในขณะที่บางคนสามารถออกกำลังกายได้หนักมากกว่านี้ แต่เป้าหมายที่สำคัญเพื่อให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง
     การออกกำลังส่วนใหญ่เน้นในเรื่องของการเคลื่อนไหวแบบบริหารหัวใจและปอด การเดิน การปั่นจักรยาน หรือใช้อุปกรณ์บริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอร่วมด้วยก็ได้ การว่ายน้ำหรือใช้กล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกายอาจมีผลให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนการบริหารร่างกายแบบใช้น้ำหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สามารถทำได้ แต่ไม่ควรฝึกแบบเกร็งค้างไว้ เพราะอาจมีช่วงที่กลั้นหายใจ ทำให้แรงดันในช่องอกเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น ควรใช้วิธีการออกกำลังกายยกน้ำหนักแบบมีการเคลื่อนไหวตามปกติ ระมัดระวังในเรื่องของเทคนิคท่าทางในการเคลื่อนไหว ไม่ควรกลั้นหายใจ ให้หายใจออกในขณะที่ออกแรงยก และหายใจเข้าในขณะที่ผ่อนแรงกลับสู่ท่าเริ่มต้น น้ำหนักที่ใช้ในช่วงแรกต้องสามารถออกแรงยกได้ประมาณ 12 - 20 ครั้งในแต่ละเซต เริ่มจากหนึ่งเซต ประมาณ 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ในกล้ามเนื้อมัดหลักๆ ทุกส่วนของร่างกาย โดยเน้นในเรื่องของความทนทานของกล้ามเนื้อก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาโดยการเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้น แต่ต้องลดจำนวนครั้งในการยกแต่ละเซตลงเหลือ 8 – 12 ครั้ง

     ผลการออกกำลังกายส่วนใหญ่อย่างที่กล่าวไป ทำเพื่อให้สภาพร่างกายทั่วไปแข็งแรงขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ อาการเหนื่อย หายใจขัดหายใจลำบาก หรืออาการแทรกซ้อนที่มีอันตรายต่อสุขภาพก็จะลดลง

 

ที่มา : http://www.healthtoday.net 

ผู้ประกาศข่าว : กองพัฒนาศิษย์เก่าสัมพันธ์
 
 
Copyright © 2009, ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร, All rights reserved.