ทั้งหมด : 70 ข่าว
 
อยู่กับ “กระดูกพรุน” ให้ปลอดภัย - 24 พฤศจิกายน 2552 จำนวนผู้อ่าน 1288 คน

 

       โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่คนไทยเป็นกันมากพบว่าคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปี เป็นโรคนี้ถึง 50% เลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีมวลกระดูกน้อยกว่าผู้ชายถึง 30% อีกทั้งผู้ชายจะสูญเสียมวลกระดูกช้ากว่าผู้หญิง สาเหตุที่ทำให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเป็นโรคกระดูกพรุน ก็เพราะวัยที่สูงขึ้นความเสื่อมต่างๆ จึงตามมา กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน เชื้อชาติ รูปร่าง การกินดื่มไม่เหมาะสม สูบบุหรี่ หรือกินยาบางชนิดที่มีผลต่อกระดูกเป็นประจำและที่สำคัญคือขาดการออกกำลังกาย
       ความน่ากลัวของโรคกระดูกพรุนก็คือเป็นโรคที่เกิดขึ้นช้าๆ และไม่มีอาการให้รู้ตัวมาก่อน จนกระทั่งมวลกระดูกบางจนทำให้แตกหักง่ายเพียงแค่ได้รับการกระทบกระแทกหรือหกล้มเบาๆ ยิ่งเป็นผู้สูงอายุยิ่งทำให้การซ่อมแซมและการฟื้นคืนกลับของกระดูกไม่ได้ผลดีดังเดิม มีการศึกษาพบว่า 24 % ของชาวอเมริกันที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี หลังจากกระดูกสะโพกหัก ส่วนอีก 50% ต้องเข้ารับการดูแลในสถานพักฟื้น โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่เป็นโรคกระดูกพรุนและมีโรคประจำตัว เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคปลายประสาทเสื่อม ฯลฯ ที่ทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติไปจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก
       ดังนั้นหากคุณหรือคนที่เรารักเป็นโรคกระดูกพรุน จำเป็นต้องรู้จักการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากการหกล้ม ซึ่งจะทำให้กระดูกหักง่าย โดยปกติ 3 จุดเสี่ยงที่กระดูกหักบ่อยๆ คือ บริเวณแขนส่วนปลาย กระดูกสันหลัง และกระดูกสะโพก เมื่อผนวกเข้ากับภาวะกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง มีข้อยึดติด ท่าเดินผิดปกติ ปัญหาสายตาหรือหู รับประทานยาบางกลุ่มที่มีผลต่อการทรงตัว และผู้ที่มีปัญหาด้านความดันโลหิตยามเปลี่ยนท่า แนวทางที่จะช่วยได้จึงต้องเสริมสร้างความเข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกเพื่อจะได้อยู่กับโรคนี้ได้อย่างมั่นใจ ขอแนะนำกิจกรรมและวิธีการปฏิบัติตัวเองเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุน คือการออกกำลังกายและทำกิจกรรมที่เสริมการทรงตัว
       ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างมวลกระดูก บริหารกล้ามเนื้อ ข้อต่อ ฝึกการทรงตัวป้องกันการล้ม เพราะผู้สูงวัยส่วนใหญ่การทรงตัวจะแย่ลงกว่าครั้งเป็นหนุ่มสาวมาก การออกกำลังกายควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 -5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน
* เลือกออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักเพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูกเพิ่มมากขึ้น เช่น การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น
       * เสริมสร้างการทรงตัวและคงปริมาณมวลกระดูก แนะนำให้ฝึกการทรงตัวในอิริยาบถต่างๆ กระตุ้นระบบการรับความรู้สึกโดยให้ยืนหลับตาชั่วครู่ นอกจากนี้การรำมวยจีน ไทเก๊ก ชี่กง แม้กระทั่งลีลาศ ก็เป็นทางเลือกที่ดี คนที่ออกกำลังด้วยกิจกรรมเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยลดอัตราการล้มได้มากกว่ากว่าคนที่ไม่ได้ทำ และยังทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข็งแรงขึ้นด้วย
       * บริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง บริหารกล้ามเนื้อข้อเข่า กระดูกข้อเท้า เพื่อลดปัญหาข้อยึดติด อย่าลืมเน้นบริหารกล้ามเนื้อหลังเพื่อโอบอุ้มกระดูกสันหลัง และลดการหลังค่อมได้ ซึ่งพบว่าในคนเป็นกระดูกพรุนกระดูกสันหลังเป็นอีกจุดที่หักได้บ่อย (เช่น ท่าบริหารในคอลัมน์ Exercise ฉบับนี้)
ดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน อย่างดีเพื่อช่วยให้มวลกระดูกลดลงอย่างช้าที่สุด และลดความเสี่ยงที่จะ
เกิดอันตรายจากอุบัติเหตุจต่างๆ ทั้งการหกล้ม หรือกระทบกระแทกที่จะทำให้กระดูกหักได้ง่าย ด้วยการ...
       * เลือกรับประทานอาหารที่เสริมสร้างกระดูกและฟัน เช่น แคลเซียม ดื่มนม ผลิตภัณฑ์จากนม และผักใบเขียว
       * พยายามเคลื่อนไหวร่างกาย อย่าเพียงแต่นั่งๆ นอนๆ พยายามทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองให้มากที่สุดและอย่างระมัดระวัง
       * การลุกนั่ง อย่าใจร้อนให้ค่อยๆ การลุกขึ้นหรือลงนั่งรวดเร็วทำให้มีโอกาสล้มได้มาก โดยเฉพาะคนที่มีการทรงตัวไม่ดี
       * ควรใส่ support หรือผ้ายืด เช่น รอบเอว ในคนที่ปวดหลังจากภาวะกระดูกทรุด สวมข้อเท้า ข้อมือยามที่ต้องทำกิจวัตรต่างๆ
       * แนะนำให้เลือกสวมเสื้อผ้าแขน-ขาสั้น เพราะทำให้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า
       * ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่พอดีกับเท้า นุ่ม น้ำหนักเบา มีพื้นผิวพื้นรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี ไม่ลื่น หากเป็นรองเท้าหุ้มส้นดีกว่ารองเท้าแตะ ไม่ควรสวมถุงเท้าแล้วเดินโดยไม่ใส่รองเท้า แม้จะอยู่ภายในบ้าน เพราะจะทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย
       * ในผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อไม่แข็งแรงหรือหลังค่อม ควรใช้ไม้เท้าในการเดินเสมอ โดยเลือกไม้เท้าที่ปลายหุ้มยางกันลื่น และปรับระดับให้พอดีเวลาใช้กับความสูงและมือ
       * หากรับประทานยาใดๆ ก็ตามที่ทำให้รู้สึกมึน งง เสียการทรงตัว หรือง่วงนอนมากกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจปรับระดับยา หรือจัดเวลารับประทานยาใหม่
       * ผู้ดูแลควรติดตั้งราวจับในจุดเสี่ยง เช่น ทางเดินที่มีความลาด ในห้องน้ำ ห้องนอน หรือบริเวณที่นั่งประจำ เพื่อให้เวลาลุกนั่ง หรือเดินมีที่จับยึด นอกจากนี้ยังควรติดไฟเพื่อให้แสงสว่างในมุมมืดหรือที่แสงสว่างไม่เพียงพอ เช่น เปิดไฟระหว่างทางเดินไปห้องน้ำ เพื่อเวลากลางคืนผู้สูงวัยตื่นมาเข้าห้องน้ำจะได้เห็นทางเดิน
       
สำหรับผู้สูงวัยที่เป็นโรคกระดูกพรุนการใส่ใจในรายละเอียดในชีวิตประจวันเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ควรใส่
ใจและปฏิบัติตนด้วยความระมันระวังให้เป็นนิสัย เพราะหากพลาดพลั้งไปจนเกิดการแตกหักของกระดูก การฟื้นตัวอาจกลับมาได้ไม่ดีดังเดิม ซึ่งในบางจุดสำคัญที่กระดูกเกิดแตกหักก็อาจจะอันตรายถึงชีวิต

 

ที่มา : http://www.healthtoday.net

ผู้ประกาศข่าว : กองพัฒนาศิษย์เก่าสัมพันธ์
 
 
Copyright © 2009, ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร, All rights reserved.