ทั้งหมด : 70 ข่าว
 
e-Learning ทางออกของการศึกษา ของโรงเรียนที่ขาดครูและตำรา - 23 พฤศจิกายน 2553 จำนวนผู้อ่าน 2174 คน

 

e-Learning ทางออกของการศึกษา ของโรงเรียนที่ขาดครูและตำรา (รายงานพิเศษ)

กระแสโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การพัฒนาประเทศเพื่อก้าวให้ทันและมีศักยภาพแข่งขันได้ จึงมีความสำคัญสำหรับอนาคต การสร้างคุณค่าให้กับทรัพยากรมนุษย์จึงต้องพยายามลดขีดจำกัดในการเรียนรู้เพื่อให้สามารถพัฒนา และต่อยอดไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีเป้าหมายและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างไร

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศนโยบายการพัฒนาการศึกษาที่มุ่งให้เด็กไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยมีนโยบายหลักที่สำคัญข้อหนึ่งคือ ขอให้ทุกภาคส่วนทั้งราชการและสังคมร่วมกันขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้

จึงได้เกิด โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ หรือ e-Learning ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสามารถผลักดันให้บรรลุตามแผนงานนอกเหนือจากการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 12 ปี

ในอนาคตคนไทยยังต้องมีทักษะกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดตัวสื่อการเรียนการสอนรูปแบบ e-Learning ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ ด้วยการเชิญคณาจารย์จากสถานศึกษาทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดกว่า 300 โรงเรียนร่วมงาน เปิด โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยใช้ e-Learning ว่า เป็นหนึ่งในโครงการที่ กระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือ สป. เป็นผู้รับผิดชอบ กำหนดแผนดำเนินการในระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ.2552-2554) โดยการบูรณาการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศ หรือ e-Learning มาสนับสนุนส่งเสริมเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนโดยรวมอันจะนำไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ จะเปิดสอนทางไกลผ่านดาวเทียมและทางอินเทอร์เน็ตผสมผสานกันให้แก่โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ สป. ได้จัดทำเนื้อหาและสื่อการสอนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในรูปแบบ e-Learning ครอบคลุมทุกชั้น มีเนื้อหาตามโครงสร้างหลักสูตร นำเสนอในรูปแบบแอนนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหวทันสมัย มีชีวิตชีวาที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย ซึ่งขณะนี้จัดทำและผลิตเสร็จแล้วในบางส่วน คือ เนื้อหา 3 วิชาหลัก คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษในระดับ ม.1 - ม.3 ทั้งยังบรรจุลงในฮาร์ดไดร์ฟ และได้ทยอย ส่งมอบติดตั้งแก่โรงเรียนเป้าหมายที่ห่างไกลทั่วประเทศแล้ว นอกจากนี้ยังจัดอบรมแก่ครูจากโรงเรียนนำร่องในการใช้สื่อการสอนนี้ รวมทั้งอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาผู้บริหารการศึกษา ตลอดจนบุคคลากรทางการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วย

"หากมองถึง คุณประโยชน์ของ โครงการ e-Learning จะพบว่า ทำให้ผู้เรียนผู้สอนตลอดจนบุคลากรทางศึกษาสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ช่วยแก้ปัญหาการเรียนการสอนโดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนครูหรือครูสอนไม่ตรงวิชา ขณะที่ผู้เรียนเองก็สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งพัฒนาคุณภาพการเรียนของนักเรียนทั่วประเทศ เพราะพบปัญหาน่าวิตกว่า ผลสอบ NT และ O-NET ของเด็กนักเรียนนับหมื่นแห่งในสังกัด สพฐ. ทำคะแนนได้ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั่วประเทศ " นายชินวรณ์ กล่าว

สำหรับความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ที่ได้สัมผัสกับ โครงการ e-Learning มาแล้ว ได้พบภาพของ โครงการนี้ แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

อ.ฤทธิกร หุ่นตรีกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนจารุวัฒนานุกูล กรุงเทพฯ แสดงความเห็นว่า ทางโรงเรียนได้ส่งครูไปอบรม e-Learning เมื่อปีที่แล้ว และสามารถนำความรู้มาพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเองได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ดีในการช่วยครู เป็นประโยชน์สำหรับครูและเด็ก แต่สิ่งสำคัญคือผู้ที่ออกแบบ e-Learning ควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ เพื่อจะได้สื่อการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ และควรเน้นการนำเสนอแบบเสมือนจริงเพื่อให้เข้าใจง่าย อีกทั้งรัฐยังควรสนับสนุนให้มีการจัดทำหลักสูตรในทุกวิชา ทุกระดับชั้นสำหรับการเรียนการสอนทั่วประเทศ

อ.ประสิทธิ์ชัย ป้อมพิมพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพร้าว จังหวัดสุพรรณบุรี ให้ความเห็นว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่า e-Learning เป็นประโยชน์โดยเฉพาะกับโรงเรียนเล็กๆ ที่ไม่มีความพร้อมทั้งครูและสื่อการเรียน เพราะเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการค้นคว้าให้กับเด็กในเวลาที่โตขึ้น

เด็กหญิงจิรนันท์ ถ้วยทอง นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนกรรณสูต เธอบอกว่า สามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนใหญ่ประจำจังหวัดได้ ก็เพราะโรงเรียนเดิมมีการเรียนการสอนแบบ e-Learning ทำให้เธอเข้าใจบทเรียนและมีผลการเรียนดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งแต่ก่อนการสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดจะเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กที่มีจากโรงเรียนเล็กๆ แบบเธอ

เด็กชายพิเชษฐ์ วงษ์จันทร ชั้น ม.1 โรงเรียนกรรณสูต กล่าวเสริมว่า ชอบการเรียนแบบ e-Learning มาก เพราะเข้าใจง่าย เมื่อเรียนแล้วรู้สึกสนุก เพราะครูผู้สอนแต่ละวิชาสามารถถ่ายทอดเนื้อหาวิชาได้อย่างเข้าใจ และยังมีความร่าเริงในขณะที่กำลังสอนอีกด้วยด้วย ทำให้นักเรียนไม่เครียดเวลาที่เรียน

e-Learning ในวันนี้ จึงเป็นเครื่องมืออันทรงพลังทางปัญญา ที่จะสนับสนุนภารกิจทางการศึกษาของคุณครูทั่วประเทศ โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ห่างไกล และยังช่วยเติมเต็มความฝันของเด็กไทย ให้มีโอกาสทางการศึกษาได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียม ทุกที่ ทุกเวลา ทุกคน เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกอย่างเข้มแข็ง

วันที่ 22/11/2010

 

ที่มา http://www.norsorpor.com/

ผู้ประกาศข่าว : กองพัฒนาศิษย์เก่าสัมพันธ์
 
 
Copyright © 2009, ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร, All rights reserved.